เดินทางมาถึง ตอนที่ 7 แล้วนะครับ ในตอนที่แล้ว (Ep.6) เราได้กาง “พิมพ์เขียว” (EA Blueprint) ดูกันไปแล้วว่าหน้าตาของระบบที่เชื่อมโยงกันทั้งกองทัพควรจะเป็นอย่างไร แต่พี่น้องครับ… พิมพ์เขียวที่สวยหรูจะมีค่าเท่ากับศูนย์ ถ้าไม่มี “นายช่าง” คนไหนกล้าหยิบจอบเสียมลงไปขุดดินเพื่อเริ่มลงเสาเอก
วันนี้ผมจะพาไปรู้จักกับหน่วยงาน “หัวหอก” ที่กล้ารับภารกิจท้าทายนี้ นั่นคือ กองสารสนเทศจัดการทรัพยากร สำนักงานปลัดบัญชีทหารเรือ (กสทจ.สปช.ทร.) ผู้ที่ตัดสินใจก้าวข้ามกรอบเดิมๆ เพื่อนำ Open ERP มาใช้จริง บทบาทของพวกเขาสำคัญอย่างไร? และต้องเจอกับแรงต้านอะไรบ้าง? ไปติดตามกันครับ
ส่วนที่ 1: ปฐมบทแห่งการเปลี่ยนแปลง (The Genesis of Transformation)
จุดประสงค์: ปูพื้นฐานปัญหาเดิม (Pain Points) และวิสัยทัศน์ใหม่
ตอนที่ 7/80: กสทจ.สปช.ทร. กับภารกิจ “ผู้ริเริ่ม”: แนวคิดการนำ Open ERP มาใช้
ในขณะที่หลายหน่วยงานยังกังวลกับการเปลี่ยนแปลง กสทจ.สปช.ทร. ในฐานะหน่วยงานที่ดูแลระบบข้อมูลทรัพยากร (เงินและบัญชี) เล็งเห็นแล้วว่า หากรอกระบวนการจัดซื้อระบบใหญ่แบบเดิมๆ ทร. จะไม่มีทางตามทันโลกได้ทัน จึงเกิดแนวคิด “ทำเอง ใช้เอง พึ่งพาตนเอง” โดยมีสาระสำคัญดังนี้ครับ:

1. ทำไมต้องเป็น “ผู้ริเริ่ม” (The Pioneer Spirit)
- สถานการณ์: ระบบ BMIS เดิมเริ่มล้าหลัง และการจะเชื่อมต่อกับระบบอื่นต้องใช้งบประมาณสูง
- แนวคิด: แทนที่จะรอซื้อซอฟต์แวร์สำเร็จรูปราคาแพง (Commercial Off-The-Shelf) กสทจ.สปช.ทร. เลือกที่จะมองหา Open Source Software อย่าง Odoo ที่ทั่วโลกยอมรับ
- เป้าหมาย: เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า “ของดีและประหยัดมีอยู่จริง” และเราสามารถปรับแต่ง (Customize) ให้เข้ากับระเบียบราชการไทยได้ดีกว่าซอฟต์แวร์ต่างชาติ

2. เจาะลึกการดำเนินงาน: กล้าที่จะต่าง (Dare to be Different)
- Sandbox Model: กสทจ.สปช.ทร. ไม่ได้เริ่มทำตูมเดียวทั้งกองทัพ แต่เริ่มจาก “พื้นที่ทดลอง” เล็กๆ เพื่อทดสอบระบบระบบวางแผนงบปะมาณ การบัญชี และการงบประมาณ
- Code Ownership: เปลี่ยนจากการ “เช่าระบบ” เป็นการ “สร้างสินทรัพย์” สิ่งที่ กสทจ.สปช.ทร. พัฒนาขึ้นมา (Source Code) จะกลายเป็นลิขสิทธิ์ของกองทัพเรือตลอดไป
- Knowledge Transfer: เน้นการสร้างทีมพัฒนาภายใน (In-house Developer) เพื่อให้ทหารเรือเราเองนี่แหละ เป็นคนดูแลระบบ ไม่ต้องง้อ Vendor ภายนอกทุกเรื่อง

3. ข้อจำกัดและอุปสรรค (The Constraints)
- กำแพงความคิด (Mindset Barrier): มีความเชื่อเดิมๆ ว่า “Open Source = ของฟรีคุณภาพต่ำ” หรือ “ไม่ปลอดภัย” ซึ่ง กสทจ.สปช.ทร. ต้องทำงานหนักเพื่อพิสูจน์ว่า Odoo มีความปลอดภัยระดับ Enterprise
- ขาดแคลนบุคลากร (Skill Gap): การหาโปรแกรมเมอร์ที่เป็นทหารและเข้าใจภาษา Python (ภาษาหลักของ Odoo) ยังมีจำนวนจำกัด
- ระเบียบการจัดซื้อ: ระบบราชการมักคุ้นเคยกับการซื้อ “กล่องซอฟต์แวร์” แต่ไม่คุ้นกับการจ้าง “ที่ปรึกษามาช่วยสอนทำ” ทำให้การตั้งงบประมาณในช่วงแรกทำได้ยาก
4. ข้อแนะนำและข้อเสนอแนะ (Recommendations)
- สร้าง Success Story: ต้องทำให้เห็นผลเร็ว (Quick Win) เช่น ทำให้การออกรายงานงบประมาณที่เคยใช้เวลา 3 วัน เหลือ 3 นาที เพื่อซื้อใจผู้ใช้งาน
- หาพันธมิตร: ไม่ควรเดินคนเดียว ควรจับมือกับหน่วยงานที่มีประสบการณ์อย่าง สวทช. (ซึ่งเราจะพูดถึงในตอนหน้า) มาเป็นพี่เลี้ยง
- ผู้บริหารต้องหนุนหลัง: การริเริ่มสิ่งใหม่มีความเสี่ยง ผู้บังคับบัญชาระดับสูงต้องเปิดโอกาสให้ลองผิดลองถูกได้ (Fail Fast, Learn Faster)

บทสรุป
การที่ กสทจ.สปช.ทร. ลุกขึ้นมาจับงานพัฒนา Open ERP ไม่ใช่แค่เรื่องของการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ครับ แต่มันคือการประกาศ “อิสรภาพทางเทคโนโลยี” ของกองทัพเรือ
ภารกิจนี้คือการเปลี่ยนจาก “ผู้ซื้อ” มาเป็น “ผู้สร้าง” เพื่อให้เรามีระบบบริหารจัดการทรัพยากรที่ยั่งยืน ปรับตัวได้ไว และที่สำคัญคือ ประหยัดงบประมาณแผ่นดิน เพื่อนำเงินไปใช้ในภารกิจความมั่นคงด้านอื่นที่จำเป็นกว่าครับ
(อ้างอิง: แผนปฏิบัติราชการ กสทจ.สปช.ทร. และ กรณีศึกษา Open Source ในภาครัฐ)
คำถามชวนคิด
- ท่านเคยอยากริเริ่มทำอะไรใหม่ๆ ในหน่วยงาน แต่ติดที่ “กลัวทำไม่ได้” หรือ “ไม่มีใครสนับสนุน” หรือไม่?
- ท่านคิดว่า ทหารเรือเรามีความสามารถพอที่จะเขียนโปรแกรมใช้เอง หรือเราควรจะซื้อเขาใช้ต่อไป?
- หากระบบที่ กสทจ.สปช.ทร. พัฒนาสำเร็จ ท่านพร้อมที่จะเป็นหน่วยทดลองใช้งาน (Pilot Unit) เพื่อช่วยทดสอบระบบหรือไม่?
ติดตามตอนต่อไป
ในเมื่อ กสทจ.สปช.ทร. กล้าที่จะเริ่มแล้ว แต่การเดินดุ่มๆ เข้าไปในป่าทึบอาจจะหลงทางได้ เราจึงจำเป็นต้องมี “ไกด์นำทาง” ที่เก่งกาจ ในตอนหน้า Ep.8/80 เราจะไปถอดบทเรียนจาก “สวทช. (NSTDA)” ต้นแบบความสำเร็จระดับประเทศ ว่าเขาเปลี่ยนองค์กรด้วย Odoo อย่างไร และเราจะก๊อปปี้ความสำเร็จนั้นมาใช้ได้อย่างไร? ห้ามพลาดครับ!

Talk is cheap. Show me the code.