ตอนที่ 1/7: จาก Generative AI ถึง Agentic AI: นิยามใหม่ของกำลังพลดิจิทัล

Spread the love
4.8/5 - (5 votes)

บทเกริ่นนำ

ในห้วงปีที่ผ่านมา เราเริ่มคุ้นเคยกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ในการช่วยร่างเอกสาร ค้นหาข้อมูล หรือตอบคำถามทั่วไป ซึ่งเปรียบเสมือนการมี “สารานุกรมเคลื่อนที่” อยู่ใกล้ตัว อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีในปี 2569 เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ AI ไม่ได้มีหน้าที่เพียงแค่ “ตอบ” แต่กำลังพัฒนาไปสู่ความสามารถในการ “ทำ” เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระงานในกองทัพที่มีความซับซ้อนขึ้นทุกขณะ บทความฉบับนี้จะนำทุกท่านไปทำความรู้จักกับ “Agentic AI” ซึ่งเปรียบเสมือนกำลังพลอัจฉริยะที่จะเข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าการบริหารจัดการข้อมูลของกองทัพให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น


เนื้อหาหลัก

1. ความแตกต่างระหว่าง AI “ผู้ตอบ” กับ AI “ผู้ปฏิบัติ” (Agency)

การทำความเข้าใจความต่างระหว่าง AI สองรูปแบบนี้จะช่วยให้เราเห็นภาพการทำงานชัดเจนขึ้น:

  • Generative AI (AI โต้ตอบทั่วไป): เปรียบเสมือน “ห้องสมุดอัจฉริยะ” เมื่อเราถาม ข้อมูลจะถูกประมวลผลออกมาเป็นคำตอบ เช่น การให้ AI ช่วยสรุปรายงานการประชุม หรือการแปลภาษา โดยที่ AI จะหยุดทำงานทันทีเมื่อตอบคำถามเสร็จสิ้น
  • Agentic AI (AI ที่มีเจตจำนง): เปรียบเสมือน “ฝ่ายอำนวยการส่วนตัว” ที่มีเป้าหมาย (Goal) เมื่อเราสั่งงาน AI ชนิดนี้จะไม่เพียงแค่ตอบ แต่จะรู้จักวางแผน ลำดับความสำคัญ และลงมือประสานงานกับระบบต่างๆ จนกว่างานจะสำเร็จ เช่น การสั่งให้ “ตรวจสอบพัสดุที่ค้างส่งและทำหนังสือแจ้งเตือน” AI จะเข้าไปดูข้อมูลในระบบ แจ้งเตือนผู้เกี่ยวข้อง และสรุปผลให้เราเองโดยไม่ต้องสั่งซ้ำในทุกขั้นตอน

2. ทำไมกองทัพต้องสนใจ Agentic AI?

ความเร็วและความแม่นยำคือหัวใจสำคัญของงานทางทหาร ซึ่ง Agentic AI เข้ามาตอบโจทย์ได้ดังนี้:

  • การตัดสินใจที่รวดเร็ว: AI สามารถประมวลผลข้อมูลมหาศาลจากหลายแหล่งพร้อมกัน เพื่อเสนอทางเลือกที่ดีที่สุดให้กับผู้บังคับบัญชาในเวลาเสมือนจริง (Real-time)
  • ความแม่นยำสูง: ลดความผิดพลาดจากมนุษย์ (Human Error) ในงานฐานข้อมูลที่ซับซ้อน เช่น งานบัญชีสินทรัพย์ หรือสถานะกำลังพล
  • การทำงานต่อเนื่อง: AI สามารถปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบความปลอดภัยของข้อมูลและความล้มเหลวของระบบได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่มีความเหนื่อยล้า

3. ภาพรวมความเปลี่ยนแปลงในระบบงานราชการทหาร

เมื่อ Agentic AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของหน่วยงาน เราจะพบการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ดังนี้:

  • การลดภาระงานธุรการซ้ำซ้อน: งานจัดเก็บเอกสาร งานลงทะเบียน หรือการตรวจสอบสถานะซ่อมบำรุง จะถูกดำเนินการโดยอัตโนมัติ ทำให้กำลังพลมีเวลาไปพัฒนาทักษะเชิงยุทธวิธีและการวางแผนมากขึ้น
  • ระบบฐานข้อมูลที่ “มีชีวิต”: ข้อมูลในหน่วยงานจะไม่ใช่แค่ไฟล์ที่จัดเก็บไว้เฉยๆ แต่จะเป็นฐานความรู้ที่ AI สามารถหยิบมาวิเคราะห์และพยากรณ์ล่วงหน้าได้ เช่น การพยากรณ์การเสียของอุปกรณ์ก่อนที่จะเกิดขึ้นจริง
  • การทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และ AI (Centaur Team): กำลังพลจะทำหน้าที่เป็น “ผู้กำกับดูแล” และ “ผู้อนุมัติ” โดยมี AI เป็นผู้จัดเตรียมและดำเนินการขั้นพื้นฐานอย่างเป็นระบบ

สรุปผล

การขยับจาก Generative AI สู่ Agentic AI คือการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่สำคัญของกองทัพ จากเดิมที่ AI เป็นเพียงเครื่องมือช่วยสืบค้นข้อมูล กำลังกลายเป็น “กำลังพลดิจิทัล” ที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายจนสำเร็จผล การนำ Agentic AI มาประยุกต์ใช้ในระบบบริหารจัดการข้อมูล ไม่ใช่การนำเครื่องจักรมาแทนที่มนุษย์ แต่เป็นการเสริมเขี้ยวเล็บให้กำลังพลสามารถทำงานในมิติที่ซับซ้อนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ข้อมูลที่เคยกระจัดกระจายจะถูกเชื่อมโยงด้วย AI ที่ชาญฉลาด นำไปสู่การเป็น “กองทัพอัจฉริยะ” ที่พร้อมรับมือกับภัยคุกคามและการเปลี่ยนแปลงในทุกรูปแบบอย่างมั่นคง


เอกสารอ้างอิง

  1. AI Agents ในปี 2026: อนาคตของการทำงานอัตโนมัติ
  2. ยุทธศาสตร์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กองทัพไทย
  3. ความแตกต่างระหว่าง LLMs และ Agentic Workflows โดย Andrew Ng

คำถามเพื่อการมีส่วนร่วม

  1. ในงานประจำของท่าน ท่านคิดว่างานใดที่ “ทำซ้ำซาก” และอยากให้มี AI Agent มาช่วยทำให้สำเร็จมากที่สุด?
  2. ท่านมีความกังวลหรือความเชื่อมั่นอย่างไร หากต้องมอบหมายให้ AI เป็นผู้ประสานงานด้านข้อมูลระหว่างแผนก?
  3. ในทัศนะของท่าน “วินัยของ AI” ในบริบทของกองทัพควรมีขอบเขตแค่ไหน?

เชิญชวนให้ติดตามตอนต่อไป

หลังจากที่เราได้เห็นภาพรวมของ Agentic AI กันไปแล้วในตอนนี้ หลายท่านอาจสงสัยว่า แล้ว “สมอง” ของมันทำงานอย่างไร? AI รู้ได้อย่างไรว่าควรจะทำสิ่งใดก่อนหรือหลัง และมันมีกระบวนการตัดสินใจที่สอดคล้องกับระเบียบวินัยของกองทัพได้อย่างไร? ในตอนหน้า “ตอนที่ 2: โครงสร้างสมองของ Agent: การวางแผนและการตัดสินใจเชิงยุทธวิธี” เราจะไปเจาะลึกถึงกลไกภายในที่ทำให้ AI กลายเป็นผู้ช่วยที่แสนรู้ใจ พร้อมตัวอย่างการประยุกต์ใช้ในระบบ ERP ของหน่วยงาน ห้ามพลาดครับ!

Facebook Comments Box
Visited 26 times, 1 visit(s) today

Leave a Comment