ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์องค์กร การบริหารจัดการข้อมูล (Data Management) กลายเป็นหัวใจสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จและความได้เปรียบทางการแข่งขัน สำหรับหน่วยงานราชการ การปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานจากระบบเอกสารกระดาษ (Paper-based) สู่ระบบดิจิทัล (Digital Transformation) ไม่ใช่เพียงแค่ทางเลือก แต่เป็นความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อยกระดับประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และความรวดเร็วในการตัดสินใจ
สำนักงานปลัดบัญชีทหารเรือ (สปช.ทร.) ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหานี้ โดยเฉพาะในกระบวนการรายงานผลการดำเนินงานด้านแผนเพิ่มประสิทธิภาพ, การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) และการจัดการความรู้ (KM) ซึ่งเดิมประสบปัญหาความซ้ำซ้อนของภาระงาน การใช้ทรัพยากรบุคคลและเวลาที่มากเกินความจำเป็น รวมถึงข้อจำกัดในการนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อใช้ประโยชน์ในเชิงบริหาร จึงได้ริเริ่ม “โครงการ e-Form Report โดยใช้ Frappe Framework” ขึ้น เพื่อปฏิรูประบบการรายงานให้มีความทันสมัย เป็นมาตรฐาน และสามารถเชื่อมโยงข้อมูลได้อย่างไร้รอยต่อ
โครงการนี้นับเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีสารสนเทศที่ยั่งยืน ด้วยการเลือกใช้เทคโนโลยี Open Source 100% ที่ทันสมัยและมีความยืดหยุ่นสูง ซึ่งจะช่วยให้กองทัพเรือสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว ลดการยึดติดกับผลิตภัณฑ์ของบริษัทภายนอก (Vendor Lock-in) และเป็นการเตรียมความพร้อมบุคลากรให้ก้าวทันต่อความเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคต เพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Organization) อย่างแท้จริง

เครดิตภาพ โดย น.อ.วิเศษ นัจจนาวากุล ผอ.กสทจ.สปช.ทร. Update เมื่อ 3 ธ.ค.68
การยกระดับประสิทธิภาพการรายงานด้วย e-Form Report
จากการประชุมสรุปผลการดำเนินงานโครงการฯ เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ได้มีการกำหนดทิศทางและรายละเอียดที่สำคัญของโครงการ ซึ่งจะเข้ามาแก้ไขปัญหาและสร้างประโยชน์ให้กับกองทัพเรือในหลายมิติ ดังนี้:

เครดิตภาพ โดย น.อ.วิเศษ นัจจนาวากุล ผอ.กสทจ.สปช.ทร. Update เมื่อ 3 ธ.ค.68
1. สภาพปัญหาและความจำเป็นเร่งด่วน ปัจจุบันกระบวนการรายงานผลของหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือ (นขต.ทร.) กว่า 40 หน่วยงาน ยังคงพึ่งพาการใช้กระดาษและไฟล์เอกสาร (Word/Excel) ที่แยกส่วนกัน ส่งผลให้เกิดปัญหาเชิงโครงสร้างที่สำคัญ ได้แก่:
- ภาระงานที่ซ้ำซ้อนและสิ้นเปลืองเวลา: เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลามหาศาลในการรวบรวมและจัดรูปแบบข้อมูลด้วยตนเอง
- ขาดมาตรฐานของข้อมูล: รูปแบบ (Template) ที่แตกต่างกันในแต่ละหน่วยงาน ทำให้ยากต่อการรวบรวมและวิเคราะห์ภาพรวม
- ปัญหาการตรวจสอบและสืบค้น: การขาดระบบฐานข้อมูลกลางทำให้ไม่สามารถตรวจสอบย้อนกลับ (Audit Trail) หรือควบคุมเวอร์ชันของเอกสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ข้อจำกัดในการนำข้อมูลไปใช้: ข้อมูลที่กระจัดกระจายทำให้ผู้บริหารไม่สามารถมองเห็นภาพรวมเพื่อประกอบการตัดสินใจได้ทันท่วงที

เครดิตภาพ โดย น.อ.วิเศษ นัจจนาวากุล ผอ.กสทจ.สปช.ทร. Update เมื่อ 3 ธ.ค.68
2. นวัตกรรม Frappe Framework: หัวใจของการพัฒนา โครงการเลือกใช้ Frappe Framework เป็นแกนหลักในการพัฒนาเนื่องจากมีคุณสมบัติที่ตอบโจทย์ความยั่งยืนขององค์กร:
- ความเป็นเจ้าของอย่างสมบูรณ์ (100% Ownership): เป็นระบบ Open Source ที่ไม่มีค่าลิขสิทธิ์รายปี ช่วยลดความเสี่ยงจากการผูกขาดทางการค้า และ Source Code ทั้งหมดจะเป็นกรรมสิทธิ์ของกองทัพเรือ
- ความยืดหยุ่นแบบ Low Code Platform: ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถปรับแก้ฟอร์ม เพิ่มฟิลด์ข้อมูล หรือเปลี่ยนสายการอนุมัติ (Workflow) ได้เองโดยไม่ต้องเขียนโค้ดที่ซับซ้อน ลดการพึ่งพาโปรแกรมเมอร์จากภายนอก
- ฟังก์ชันพร้อมใช้งาน (Battery Included): ระบบมาพร้อมกับเครื่องมือมาตรฐาน เช่น ระบบอนุมัติเอกสาร, การกำหนดสิทธิ์เข้าถึงข้อมูล, และการออกรายงานแบบ Dashboard ทันทีที่ติดตั้ง
- สถาปัตยกรรมที่พร้อมสำหรับอนาคต (API-First Architecture): ออกแบบมาให้รองรับการเชื่อมต่อกับระบบฐานข้อมูลอื่นๆ ของ ทร. เช่น BMIS, IAS หรือ HRMISS เพื่อบูรณาการข้อมูลให้เป็นหนึ่งเดียว
3. ขอบเขตการดำเนินงาน (Scope of Work) ในระยะเริ่มต้น โครงการจะมุ่งเน้นการพัฒนาระบบรายงานใน 3 ส่วนงานหลัก เพื่อสร้างต้นแบบความสำเร็จที่รวดเร็ว (Quick Win) ได้แก่
- ด้านบัญชี: แผนเพิ่มประสิทธิภาพของกองบัญชี
- ด้านการพัฒนาองค์กร: ระบบ PMQA ของ กพอ.
- ด้านการแพทย์และองค์ความรู้: ระบบ KM ของ กพบ.
4. ประโยชน์ที่กองทัพเรือจะได้รับ การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลครั้งนี้จะส่งผลดีทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
- ลดภาระงานทันที: ลดการใช้กระดาษ (Paperless) และเปลี่ยนจากการกรอกไฟล์เอกสารมาเป็นการบันทึกผ่านระบบออนไลน์ที่ตรวจสอบความถูกต้องได้
- ประสิทธิภาพเชิงวิเคราะห์: สามารถแสดงผลคะแนนและคุณภาพงานผ่าน Dashboard แบบเทียบปีต่อปี (Yearly Comparison) เพื่อใช้ประกอบการวางแผนงบประมาณและการตรวจประเมิน
- การพัฒนาบุคลากร (Upskill): มุ่งเน้นสร้างทีมงานภายใน (In-house) ทั้งทีม IT และ Admin ให้สามารถดูแลและพัฒนาระบบต่อได้เอง 100% สร้างความยั่งยืนให้กับองค์กร
- รากฐานสู่ระบบ ERP: โครงสร้างข้อมูลที่เป็นระบบนี้จะเป็นพื้นฐานสำคัญในการก้าวไปสู่ระบบบริหารจัดการทรัพยากรองค์กร (ERP) เต็มรูปแบบในอนาคต เช่น ระบบพัสดุ, ระบบซ่อมบำรุง และระบบแผนยุทธการ
บทสรุป
โครงการ e-Form Report บน Frappe Framework ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการบริหารจัดการข้อมูลภายในกองทัพเรือ ไม่ใช่เพียงแค่การนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อลดการใช้กระดาษ แต่เป็นการ “ปฏิรูปกระบวนการทำงาน” (Process Transformation) ที่มุ่งเน้นการสร้างฐานข้อมูลกลางที่มีคุณภาพ ถูกต้อง และเชื่อถือได้ ซึ่งจะนำไปสู่การลดภาระงานของผู้ปฏิบัติ การเพิ่มความโปร่งใสในการตรวจสอบ และการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงานของผู้บังคับบัญชา
ความสำเร็จของโครงการนี้ไม่ได้วัดที่ความสมบูรณ์ของซอฟต์แวร์เพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการสร้าง “ขีดความสามารถของบุคลากร” (Capacity Building) ให้มีความพร้อมในการดูแลและพัฒนาระบบด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการสร้างความมั่นคงทางเทคโนโลยีให้กับหน่วยงานในระยะยาว การดำเนินการตามแผนงานตั้งแต่เดือนมกราคมถึงมิถุนายนนี้ จะเป็นบทพิสูจน์สำคัญในการวางรากฐานเทคโนโลยีดิจิทัลของ ทร. เพื่อปูทางไปสู่การบริหารจัดการทรัพยากรแบบ Data-driven และระบบ ERP ที่สมบูรณ์แบบในอนาคต อันจะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อกองทัพเรือและประเทศชาติต่อไป
คำถามเพื่อการมีส่วนร่วม
- ท่านคิดว่าระบบการรายงานแบบดิจิทัล (e-Form) จะช่วยลดปัญหาในการปฏิบัติงานประจำวันของท่านในด้านใดได้มากที่สุด?
- หากท่านสามารถออกแบบ Dashboard สำหรับหน่วยงานของท่านได้ ท่านต้องการเห็นข้อมูลสำคัญ (Key Metrics) เรื่องใดเป็นอันดับแรกเพื่อช่วยในการตัดสินใจ?
สรุปผลการประชุม (ฉบับเสนอผู้บริหาร) เรื่อง การประยุกต์ใช้ Frappe Framework ในระบบการรายงานที่ สปช.ทร. รับผิดชอบ (1064 downloads )