The Next Gen Navy Ep.1/80 ปฐมบทแห่งการเปลี่ยนแปลง: เมื่อ “ค่าลิขสิทธิ์” คือระเบิดเวลาของงบประมาณกองทัพ

Spread the love
5/5 - (4 votes)

“มหากาพย์ซีรีส์บทความ” ที่จะเปลี่ยนมุมมองด้านเทคโนโลยีกับซีรีส์ที่มีความยาวถึง 80 ตอน ในหัวข้อ “กระบวนการพัฒนา Open ERP ด้วย Odoo เพื่อรองรับ Digital Governance (DG) ในยุค AI Era ของกองทัพเรือ”

เราจะเดินทางร่วมกันตั้งแต่ก้าวแรกที่เต็มไปด้วยปัญหา ไปจนถึงวันที่เรามี AI อัจฉริยะคอยช่วยงาน แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้น เราต้องยอมรับความจริงที่เจ็บปวดกันก่อนครับ ว่าทำไม “ระบบเดิม” ที่เราคุ้นเคย ถึงไปต่อไม่ได้ในโลกยุคใหม่


บทนำ: ปฐมบทแห่งการเปลี่ยนแปลง (The Genesis of Transformation)

จุดประสงค์: ปูพื้นฐานปัญหาเดิม (Pain Points) และวิสัยทัศน์ใหม่

ตอนที่ 1/80 วิกฤต On-Premise ERP: ทำไมโมเดลเดิมถึงไปต่อไม่ได้ (ต้นทุนลิขสิทธิ์ vs งบประมาณ)

ในอดีต การมีห้อง Server ขนาดใหญ่พร้อมซอฟต์แวร์ระดับโลก (On-Premise ERP) อาจดูเท่และมั่นคง แต่ในปัจจุบัน มันกลับกลายเป็น “พันธนาการ” ที่รัดคืองบประมาณของเราจนแทบขยับตัวไม่ได้ AdminTee ขอสรุปประเด็นวิกฤตที่เกิดขึ้นดังนี้ครับ:

  • กับดักค่าลิขสิทธิ์ (The Licensing Trap): จ่ายไม่จบ เหมือนเช่าบ้านราคาแพง
    • ระบบ ERP แบบเดิม (Proprietary Software) มักคิดค่าใช้จ่ายตามจำนวน User หรือตาม Module ยิ่งกองทัพเราคนเยอะ ค่าใช้จ่ายยิ่งทวีคูณ
    • เปรียบเสมือนเรา “เช่าบ้านหรู” อยู่ตลอดชีวิต จ่ายค่าเช่าทุกปี แต่เราไม่มีสิทธิ์ทุบกำแพงหรือต่อเติมห้องครัวเองได้เลย เงินที่จ่ายไปกลายเป็นรายจ่ายทิ้งเปล่า (Sunk Cost) ไม่ได้กลายเป็นสินทรัพย์ทางปัญญาของเราเอง
  • ค่าบำรุงรักษาที่สูงลิ่ว (MA Costs): งบซ่อมแซมที่คาดเดาไม่ได้
    • ทุกปีเราต้องตั้งงบประมาณเพื่อจ่ายค่า Maintenance Agreement (MA) เพียงเพื่อ “รักษาสภาพ” ให้ระบบทำงานได้เท่าเดิม ไม่ได้มีฟีเจอร์ใหม่ที่ว้าวขึ้นแต่อย่างใด
    • งบประมาณส่วนนี้ “กินเนื้อ” งบพัฒนา หากเรายังใช้โมเดลนี้ เราจะไม่มีเงินเหลือไปลงทุนเรื่อง AI หรือ Data Analytics ที่จำเป็นในอนาคต
  • ความยืดหยุ่นต่ำ (Rigidity): ปรับตัวช้ากว่าภัยคุกคาม
    • การจะแก้ไขฟอร์มเอกสารสักหนึ่งใบในระบบปิด อาจต้องจ้าง Vendor มาทำให้ และใช้เวลารอคอยนานนับเดือน
    • ในขณะที่โลกหมุนเร็ว ภัยคุกคามเปลี่ยนรูปแบบทุกวัน ระบบที่ไม่ยืดหยุ่นคือจุดอ่อนทางยุทธศาสตร์ เราต้องการระบบที่ “สั่งแก้เช้า บ่ายได้ใช้” ซึ่ง On-Premise แบบเก่าให้ไม่ได้
  • บทเรียนจาก GFMIS: ความยิ่งใหญ่ที่แลกมาด้วยความซับซ้อน
    • แม้ระบบ GFMIS จะเป็นมาตรฐานที่ดี แต่การนำมาใช้ในระดับปฏิบัติการย่อยของหน่วย มักเกิดช่องว่าง (Gap) เพราะระบบใหญ่เกินกว่าจะปรับจูนให้เข้ากับหน้างานจริงของแต่ละกรมกองได้ ทำให้เกิดการทำงานซ้ำซ้อน (Key ข้อมูลเข้าระบบกรม และ Key เข้า GFMIS อีกรอบ)

บทสรุป

การยึดติดกับระบบ On-Premise ERP แบบปิดที่มีค่าลิขสิทธิ์มหาศาล เปรียบเสมือนการพยายามขับเรือรบเครื่องจักรไอน้ำในยุคนิวเคลียร์ แม้จะยังแล่นได้ แต่ก็สิ้นเปลืองทรัพยากรและไม่ทันการณ์ต่อสถานการณ์โลก การที่ ทร. ต้องแบกรับค่าลิขสิทธิ์มหาศาล ทำให้เราขาดงบประมาณในการ “สร้างคน” และ “สร้างนวัตกรรม”

ทางออกไม่ใช่การหยุดใช้เทคโนโลยี แต่คือการเปลี่ยน “อาวุธ” ในมือ จากระบบที่ต้องเช่าเขาใช้ มาเป็นระบบ Open ERP (Odoo) ที่เราสามารถเป็นเจ้าของ Source Code พัฒนาต่อยอดได้เอง และสอดรับกับงบประมาณที่คุ้มค่าสูงสุด เพื่อเตรียมพร้อมก้าวเข้าสู่ยุค AI อย่างสง่างามครับ

(อ้างอิง: แนวทางการศึกษา Enterprise Architect โดย สสท.ทร. และต้นแบบการพัฒนาจาก กสทจ.สปช.ทร.)


คำถามชวนคิด

  • ในหน่วยงานของท่าน ยังมีระบบงานใดบ้างที่ต้องเสียค่าลิขสิทธิ์รายปีแพงๆ แต่ใช้งานได้ไม่คุ้มค่า?
  • ท่านเคยประสบปัญหาต้องการแก้ไขระบบสารสนเทศเล็กๆ น้อยๆ แต่ต้องรอผู้รับจ้างแก้ไขนานจนงานสะดุดหรือไม่?
  • หากกองทัพเรือมีระบบ ERP ที่หน่วยงานของท่านสามารถช่วยกันออกแบบฟีเจอร์เองได้ ท่านอยากให้มีระบบอะไรเป็นอย่างแรก?

ในตอนหน้า Ep.2/80 เราจะมาเจาะลึก “บทเรียนจาก GFMIS” กันครับ ว่ารอยต่อและข้อจำกัดอะไรบ้างที่ ทร. ต้องก้าวข้าม เพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย และทำไม Open ERP ถึงเป็นคำตอบที่จะมาอุดรอยรั่วนี้ ห้ามพลาดนะครับ!

Facebook Comments Box
Visited 60 times, 1 visit(s) today

Leave a Comment