ในยุคที่เทคโนโลยีขับเคลื่อนทุกมิติ การบริหารจัดการกองทัพให้มีความพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ ไม่เพียงแต่พึ่งพาความเข้มแข็งของกำลังพลและยุทโธปกรณ์เท่านั้น แต่ยังต้องอาศัย “ข้อมูลที่แม่นยำและทันเวลา” อีกด้วย
สำนักงานปลัดบัญชีทหารเรือ (สปช.ทร.) โดย กองสารสนเทศทรัพยากร จึงได้ผลักดัน โครงการพัฒนาระบบบูรณาการสารสนเทศจัดการทรัพยากรกองทัพเรือ (Naval Data Platform) เพื่อจัดทำ “คลังข้อมูลกลาง” ที่เปรียบเสมือนสมองกลอัจฉริยะ ช่วยรวบรวม วิเคราะห์ และแสดงผลสถานภาพความพร้อมรบของกองทัพเรือในภาพรวมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา คณะทำงานจาก สปช.ทร. ร่วมกับทีมงานผู้เชี่ยวชาญจาก บริษัท InnoSoftBiz ได้ลงพื้นที่เข้าหารือและเก็บข้อมูลจากหน่วยเจ้าของระบบสารสนเทศต้นทาง 2 หน่วยงานหลัก เพื่อวางรากฐานการเชื่อมโยงข้อมูลร่วมกัน
รายชื่อทีมงานผู้เชี่ยวชาญจากบริษัท InnoSoftBiz ที่ร่วมลงพื้นที่หารือ:
- ผศ.ดร.ณรงค์เดช กีรติพรานนท์
- ดร.รัชกุล เปรื่องการ
- นายภัทรดนัย อัคราช
- นายณภัทร ศรวิชัย
1. ภาคเช้า ณ กองเรือยุทธการ (กร.): เจาะลึกสถานภาพเรือและยุทโธปกรณ์




คณะทำงานได้เข้าหารือเกี่ยวกับ ระบบ PON ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน พร้อมชมการสาธิตแดชบอร์ด Fleet C-RAD ซึ่งช่วยให้เห็นภาพรวมทั้งกำลังพล เรือ และแผนการซ่อมบำรุง
💡 คำอธิบายศัพท์เข้าใจง่าย — API คืออะไร?
ในการประชุมมีการพูดถึงการสร้าง API (Application Programming Interface) ให้ลองนึกภาพว่า API คือ “เด็กเดินหนังสือดิจิทัล” หรือ “สะพานเชื่อมสื่อสาร” ที่คอยส่งข้อมูลระหว่างระบบต่างๆ ของกองเรือยุทธการ ให้ไหลเข้ามายังคลังข้อมูลกลาง (Naval Data Platform) ได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และแม่นยำ โดยทีมงานบริษัท InnoSoftBiz เตรียมถ่ายทอดเทคโนโลยีนี้ให้บุคลากรกองทัพเรือพัฒนาต่อได้ด้วยตนเองอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ ยังมีการวางแผนนำระบบ AI (ปัญญาประดิษฐ์) มาช่วยคำนวณ “ค่าน้ำหนักความพร้อม” ของเรือแต่ละลำ เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาเห็นภาพความพร้อมรบที่แท้จริงและแม่นยำที่สุด
2. ภาคบ่าย ณ กรมสรรพาวุธทหารเรือ (สพ.ทร.): มั่นใจระบบซ่อมบำรุง ปลอดภัยระดับสูงสุด
ช่วงบ่าย คณะทำงานได้เข้าหารือระบบซ่อมบำรุงอาวุธ ได้แก่ ระบบ F-Quick และ OPMC ซึ่งเป็นระบบหลักในการจัดการงานซ่อมบำรุงไฟฟ้าอาวุธและระบบควบคุมการยิง
🔒 การรักษาชั้นความลับของข้อมูล:
เนื่องจากข้อมูลด้านอาวุธสรรพาวุธเป็นข้อมูลชั้นความลับสูง ทางคณะทำงานจึงได้ตกลงแนวทางติดตั้งเครื่องแม่ข่ายเฉพาะ (Private Server) และกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลอย่างรัดกุม เพื่อให้มั่นใจได้ว่า การใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยประมวลผล จะคงชั้นความลับของทางราชการไว้อย่างปลอดภัย 100%




สรุปปิดท้าย (Conclusion)
การลงพื้นที่เก็บข้อมูลในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญยิ่งในการผนึกกำลังระหว่างหน่วยงานผู้ใช้งานและทีมพัฒนา ทั้ง สปช.ทร., กองเรือยุทธการ, กรมสรรพาวุธทหารเรือ และบริษัท InnoSoftBiz เพื่อสร้างระบบคลังข้อมูลกลางที่ทันสมัย มุ่งสู่การเป็น “กองทัพเรือที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Navy)”
ขอขอบคุณพี่น้องกำลังพลทุกท่านที่ร่วมมือในการให้ข้อมูล และขอเชิญชวนพวกเราทุกคนร่วมติดตาม พร้อมเป็นกำลังใจให้กับก้าวต่อไปของโครงการ Naval Data Platform เพื่อความพร้อมรบและความเข้มแข็งของกองทัพเรือไทย
คำถามเพื่อการมีส่วนร่วม (Interactive Questions)
คำถามที่ 1: ในมุมมองการทำงานของท่าน คิดว่าข้อมูลด้านใดในหน่วยงานที่หากนำมารวมในระบบ Naval Data Platform แล้ว จะช่วยให้การปฏิบัติงานประจำวันของท่านมีความรวดเร็วและสะดวกขึ้นมากที่สุด?
คำถามที่ 2: ท่านมีข้อเสนอแนะหรืออยากเห็นฟีเจอร์/หน้าตาแดชบอร์ดรูปแบบใดในระบบใหม่ ที่จะช่วยสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บังคับบัญชาได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด?

Talk is cheap. Show me the code.