ปลดล็อกพลัง AI เปลี่ยนคนทำงานเป็น Citizen Developer: เบื้องหลังการฝึกอบรม AI ช่วยเขียนโค้ด กสทจ.

Spread the love
5/5 - (1 vote)

ผู้เขียน: ตอนเก่ง กสทจ.

1. บทเกริ่นนำ: ก้าวแรกสู่การเปลี่ยนผ่านดิจิทัล

ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ก้าวเข้ามามีบทบาทในทุกมิติของการทำงาน หลายคนอาจมองว่าการพัฒนาระบบสารสนเทศหรือการเขียนโปรแกรมยังคงเป็นเรื่องของ “นักพัฒนามืออาชีพ” เท่านั้น แต่สำหรับพวกเราชาว สปช.ทร. เชื่อว่าทุกคนสามารถก้าวขึ้นมาเป็น Citizen Developer หรือผู้พัฒนาสร้างสรรค์นวัตกรรมได้ด้วยตนเอง หากมีเครื่องมือและแนวทางที่ถูกต้อง

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา กองสารสนเทศและเทคโนโลยีสารสนเทศ (กสทจ.) ได้จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “เทคนิคการใช้ AI สร้างเครื่องมือสนับสนุนงานบริหารงบประมาณและความพร้อมรบ” ขึ้น ณ ห้องอบรม ERP โดยได้รับเกียรติจาก ผอ.กสทจ. กล่าวเปิดการอบรม พร้อมด้วยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญร่วมถ่ายทอดความรู้ เพื่อปลูกฝัง Mindset และทักษะการทำงานร่วมกับ AI แก่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่รวม 11 ท่าน (จาก กผท. 2 ท่าน, กงป. 2 ท่าน และ กสทจ. 7 ท่าน) และทีมวิทยากร ทร. อีก 5 ท่าน



“เป้าหมายของเราไม่ใช่การให้ทุกคนเปลี่ยนสายงานมาเป็นโปรแกรมเมอร์ แต่คือการเปลี่ยน ‘ผู้ใช้งานทั่วไป’ ให้สามารถกำกับสั่งการ AI เพื่อสร้างเครื่องมือช่วยแก้ปัญหาในงานจริงได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย”


2. บทเนื้อหา: เจาะลึกความรู้ และการทดลองปฏิบัติจริง

ตลอดการอบรมเต็มวัน ทั้งช่วงเช้าและช่วงบ่าย เป็นการผสมผสานระหว่างการปูพื้นฐานทางทฤษฎี การถอดบทเรียนจากระบบงานจริง และการลงมือปฏิบัติ (Workshop) ซึ่งสามารถย่อยสาระสำคัญและตัวอย่างการนำไปใช้ได้ดังนี้:

เนื้อหาหลักและแนวคิดสำคัญ (Key Takeaways)

1. ความสำคัญของ AI ในฐานะผู้ช่วยเขียนโค้ด และการเลือกใช้ AI แต่ละค่าย:

AI แต่ละค่ายมีความถนัดต่างกัน เช่น ChatGPT เด่นด้านภาษาและการสร้างข้อความ, Gemini เด่นด้านการค้นข้อมูลด้วยฐานของ Google, ส่วน Anthropic Claude มีความโดดเด่นอย่างมากด้านงานวิศวกรรมซอฟต์แวร์ การเขียนโปรแกรม และการให้เหตุผล

  • ตัวอย่างการประยุกต์ใช้: เลือกใช้ Claude ในการช่วยออกแบบโครงสร้างโค้ดและ Debug โปรแกรม ในขณะที่ใช้ Gemini ในการค้นหาข้อมูลอ้างอิงทางเทคนิคเพิ่มเติม

2. ความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล (Cybersecurity & AI On-Premise):

  • การใช้งาน AI ในหน่วยงานความมั่นคง สิ่งสำคัญที่สุดคือ “การป้องกันข้อมูลชั้นความลับรั่วไหล” ข้อควรระวังคือการไม่ส่งข้อมูลส่วนบุคคล (PII) หรือข้อมูลลับเข้าระบบ AI สาธารณะ และการระวังมัลแวร์ขโมยข้อมูล (Infostealer)
    • ตัวอย่างการประยุกต์ใช้: การติดตั้ง AI แบบ Local Model / On-Premise ภายในเครือข่ายของหน่วย หรือการทำ Data Anonymization (ลบชื่อ เลขบัตรประชาชน) ออกจากไฟล์ก่อนส่งให้ AI วิเคราะห์

3. เทคนิค Vibe Coding และการทำงานแบบ Multi-Agent:

  • เปลี่ยนจากการเขียนโค้ดทีละบรรทัดมาเป็นการสั่งงานด้วยภาษาธรรมชาติ (Prompting) และใช้แนวคิด Multi-Agent โดยแบ่ง AI แต่ละตัวให้ทำหน้าที่เฉพาะทาง เช่น ตัวหนึ่งเขียนโค้ด ตัวหนึ่งตรวจทาน (Pentest) และอีกตัวทำเอกสาร
    • ตัวอย่างการประยุกต์ใช้: การใช้ไฟล์เอกสาร Markdown ทำหน้าที่เป็น “ความจำถาวร” (Context Memory) ให้ AI อ่านเพื่อเข้าใจโครงสร้างระบบทั้งหมดก่อนเริ่มพัฒนา

4. แลกเปลี่ยนประสบการณ์: โครงการประเมิน FTX ทร.69:

  • ถอดบทเรียนการใช้ AI ช่วยสร้างระบบประเมินผลการฝึกภาคทะเล/ภาคสนาม ซึ่งช่วยลดระยะเวลาจากการเตรียมข้อมูลด้วยมือที่เคยใช้เวลาเป็นเดือน ให้เหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมง
    • ตัวอย่างการประยุกต์ใช้: ใช้ AI ถอดข้อความคำถามกว่า 70 ข้อ จัดลงโครงสร้างฐานข้อมูลอัตโนมัติ และประเมินผลอย่างเป็นมาตรฐานเดียวกัน (เหมือนใช้ไม้บรรทัดอันเดียวกันวัดทุกหน่วย)

5. ฝึกปฏิบัติสร้าง MOCKUP ความพร้อมยุทโธปกรณ์ สอ.รฝ.

  • เข้ารับการอบรมได้ลงมือฝึกปฏิบัติจริง โดยนำข้อมูลพื้นฐานมาสั่ง AI สร้างโปรแกรมจำลอง (Mockup) สำหรับติดตามความพร้อมของยุทโธปกรณ์
    • ตัวอย่างการประยุกต์ใช้: สั่ง AI สร้าง Dashboard แสดงสถานะความพร้อมรบแบบเรียลไทม์ พร้อมหน้าผู้ดูแลระบบ (Admin) สำหรับปรับค่าน้ำหนักคะแนนและจัดการสิทธิ์

3. สรุปผลกิจกรรม

การจัดอบรมในครั้งนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง ผู้เข้าร่วมอบรมทั้ง 11 ท่าน จากทั้งสายงานแผน งบประมาณ และเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้เปิดมุมมองใหม่และตระหนักถึงศักยภาพของ AI ที่ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือพิมพ์ข้อความ แต่เป็น “ผู้ช่วยวิศวกรส่วนตัว” ที่ช่วยลดขั้นตอนงานเอกสาร งานคำนวณซับซ้อน และงานพัฒนาระบบ

นอกจากนี้ ทีมงานยังได้ทำการบันทึกภาพและเสียงตลอดการอบรม (ประมวลผลด้วยโมเดล Whisper) เพื่อนำมาถอดความเรียบเรียงเป็นคู่มือและรายงานสรุปองค์ความรู้ (Knowledge Management) เผยแพร่ผ่านช่องทางของหน่วยงานต่อไป


4. ความคาดหวังต่อไป

ตอนเก่ง กสทจ. มีความคาดหวังว่า การอบรมในครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้างวัฒนธรรมการทำงานรูปแบบใหม่ (Digital Mindset) ภายในกองทัพเรือ โดยเราวางเป้าหมายในระยะถัดไปไว้ดังนี้:

  1. ขยายผลสู่ระบบงานจริง: นำต้นแบบระบบจัดการและแบบประเมินที่พัฒนาร่วมกับ AI ไปทดสอบปรับใช้กับโครงการจริง เช่น ระบบรายงานความก้าวหน้าโครงการ IT ของ กสทจ.สปช.ทร. (ต่อยอดจากการอบรม) ระบบการประเมินผลการฝึก
  2. วางโครงสร้างพื้นฐาน AI กลางองค์กร: ผลักดันการจัดทำระบบ AI กลางของหน่วยงาน (Enterprise AI Platform) เพื่อให้กำลังพลใช้งาน AI โมเดลระดับแนวหน้าได้อย่างปลอดภัยภายใต้การกำกับดูแล
  3. สร้างเครือข่าย Citizen Developer: ส่งเสริมให้ข้าราชการในสายงานต่างๆ สามารถพัฒนาเครื่องมือช่วยงานตนเองได้ และต่อยอดความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาเพื่อนำนวัตกรรมใหม่ๆ มายกระดับการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง

— ตอนเก่ง กสทจ. : ร่วมขับเคลื่อน กองทัพเรือ สู่ยุคดิจิทัลอย่างมั่นคงและยั่งยืน —

Facebook Comments Box

Leave a Comment