1. บทเกริ่นนำ
เชื่อมโยงจากตอนที่ 1 ที่ผ่านมา หลังจากได้รับฟังทิศทางนโยบายของผู้บังคับบัญชาและมุมมองที่เป็นจริงของระบบข้อมูลในปัจจุบัน ในภาคเช้าของการสัมมนา คณะวิทยากรได้เริ่มนำเข้าสู่กรอบแนวคิดหลักที่จะช่วยเปลี่ยนแปลง ทร. ไปสู่องค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Organization) ผ่านโมเดล Naval Data Platform
ส่วนเนื้อหา รายละเอียด
ก่อนเข้าสู่เนื้อหาสัมมนาเชิงปฏิบัติการ การเตรียมความพร้อมการบูรณาการข้อมูลสารสนเทศด้านทรัพยากร งบประมาณ และความพร้อมรบของ ทร. น.อ.วิเศษ นัจจนาวากุล ผู้อำนวยการกองสารสนเทศจัดการทรัพยากร สำนักงานปลัดบัญชีทหารเรือ (ผอ.กสทจ.สปช.ทร.) ได้นำเสนอแนวคิดการพัฒนาและเป้าหมายการบูรณาการสารสนเทศ ดังนี้



- การแบ่งระยะการขับเคลื่อน 3 ปี (ปี 69 – 71)

- ระยะที่ 1 (ปีนี้ – 2569): วางรากฐานและแพลตฟอร์ม (Naval Data Platform) มุ่งแก้ปัญหาพื้นฐานเบสิคคือระบบสารสนเทศไม่เชื่อมต่อกัน (Silo)
- ระยะที่ 2 (ปี 2570): โฟกัสไปที่ความพร้อมรบและการเชื่อมโยงข้อมูล เพื่อดูว่าการจ่ายงบประมาณส่งผลหรือสะท้อนไปสู่ระดับความพร้อมรบอย่างไร
- ระยะที่ 3 (ปี 2571): นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยพยากรณ์และเสนอแนะหนทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในการจัดสรรทรัพยากร
ห่วงโซ่อุปทานข้อมูล (Data Supply Chain):
- ต้นน้ำ: งบประมาณที่ สปช.ทร. ดูแลและจัดสรร
- กลางน้ำ: ระบบแลกเปลี่ยนเชื่อมโยงข้อมูลของหน่วยงานต่างๆ
- ปลายน้ำ: ระดับความพร้อมรบ (Readiness) ที่พร้อมตอบสนองภารกิจ


- กรณีศึกษาจำลองสถานการณ์ฉุกเฉิน (พายุเกเข้าชุมพร): วิทยากรได้ชวนผู้เข้าสัมมนาทำแบบทดสอบผ่านมือถือ หากพายุขนาดใหญ่จะเข้าฝั่งในอีก 48 ชั่วโมง ข้อมูลที่ ทร. ต้องการทันทีคือ ตำแหน่งประชาชน เส้นทางอพยพ กำลังพลในพื้นที่ และงบประมาณฉุกเฉิน สะท้อนให้เห็นว่าในสถานการณ์จริง ข้อมูลเหล่านี้ต้องเป็นระบบ Real-time อยู่บน Server หรือ Cloud ที่พร้อมใช้ ไม่ใช่เก็บอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ติดป้าย “เคลื่อนย้ายอันดับ 1” หรือไฟล์ Excel ของใครบางคน
- กรอบธรรมาภิบาลข้อมูล (Data Governance) และการจัดการคุณภาพข้อมูล (Data Quality): เน้นย้ำโครงสร้างตามเกณฑ์ DGA (สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล) ประกอบด้วย 6 แกนสำคัญ คือ ครบถ้วน ถูกต้อง ทันสมัย สอดคล้อง ไม่ซ้ำซ้อน และพร้อมใช้งาน รวมถึงการจัดตั้งทีมงานบริกรข้อมูล (Data Steward) ประจำกรมต่างๆ

- การเรียนรู้จากกองทัพสหรัฐฯ: การฉายภาพระบบประเมินความพร้อมรบผ่านโปรแกรม DRRS ของสหรัฐฯ ที่ใช้เกณฑ์ความพร้อม 5 องค์ประกอบ (P-E-S-T-M: Personal, Equipment, Supply, Training, Mobilization) มารวมไว้ที่ระบบฐานข้อมูลกลางเว็บเบราว์เซอร์ เพื่อวัดระดับขีดความสามารถ (Capability Base) ตั้งแต่ระดับ C1 ถึง C5 เป็นแนวทางที่ ทร. จะนำมาประยุกต์ใช้เพื่อทำให้ความพร้อมรบวัดค่าออกมาเป็นตัวเลขได้ชัดเจน



ส่วนสรุป
โมเดลการพัฒนา Naval Data Platform ไม่ใช่การสร้างตู้เก็บระบบใหม่ทั้งหมด แต่เป็นการนำข้อมูลสำคัญที่มีอยู่แล้วมากรองผ่าน Staging Area ขัดเกลาด้วยกระบวนการ ETL (Extract, Transform, Load ซึ่งเป็นกระบวนการดึงข้อมูลจากแหล่งต่างๆ แปลงให้เป็นระเบียบ และโหลดเข้าสู่ระบบส่วนกลาง) และจัดหมวดหมู่ลง Data Warehouse เพื่อให้พร้อมใช้ประโยชน์
คำถามเพื่อการมีส่วนร่วม (3 ข้อ):
- จากระบบ 5 องค์ประกอบ (กำลังพล ยุทโธปกรณ์ สป. การฝึก การระดมพล) ท่านคิดว่าด้านใดในหน่วยงานของท่านที่ยังหาข้อมูลมาสรุปยากที่สุด?
- หากเกิดภัยพิบัติฉุกเฉิน หน่วยงานของท่านมีความพร้อมในการรับ-ส่งข้อมูลสถานการณ์ในระดับคะแนน 1-5 (Manual ถึง Real-time) อยู่ที่ระดับใด?
- ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรกับการนำระบบประเมินความพร้อมรบแบบตัวเลข (เช่น พร้อมรบ 80%) มาใช้แทนการรายงานด้วยวาจาแบบเดิม?
เชิญชวนติดตามตอนต่อไป: ตอนหน้า (ตอนที่ 3) เราจะพาทุกท่านลงลึกไปสู่ภาคปฏิบัติในห้อง Workshop ร่วมแกะกล่องระบบสารสนเทศ 13 ระบบของ ทร. ดูซิว่าพี่น้องชาวไอที ทร. มองเห็นโอกาสและอุปสรรคตรงไหนบ้าง!

Talk is cheap. Show me the code.