[The Next Gen Navy Ep.25/80] Upgrade HRMISS: เพื่อให้ระบบกำลังพลของเราเชื่อมต่อกันทั้งระบบใน ทร.

Spread the love
5/5 - (1 vote)

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ ส่วนที่ 4: เจาะลึก Module 1 – การบริหารกำลังพล (HR Transformation) อย่างเป็นทางการครับ! หลังจากที่เราเตรียมเครื่องมือและทีมงานกันมาอย่างหนักใน 3 บทแรก วันนี้เราจะเริ่มลง Upgrade ที่ “หัวใจ” ของกองทัพ นั่นคือ “คน” ครับ

เราปฏิเสธไม่ได้ว่าระบบ HRMISS (Human Resource Management Information System) ที่เราใช้กันมาอย่างยาวนาน คือฮีโร่ในยุคหนึ่งที่ช่วยจัดเก็บประวัติพวกเรา แต่ในยุค AI ที่ทุกอย่างต้องเชื่อมโยงกัน ฮีโร่เก่าแก่ของเราเริ่มแสดงอาการ “เหนื่อยล้า” และ “ตามไม่ทัน” เรามาดูกันว่า HRMISS กันชัดๆ ว่ามีจุดไหนที่ต้อง Upgrade เพื่อจะได้ปรับเปลี่ยนเป็น Open Source เพื่อการเชื่อมโยงกันทั้งระบบ


ส่วนที่ 4: เจาะลึก Module 1 – การบริหารกำลังพล (HR Transformation)

จุดประสงค์: เพื่อยกตัวอย่างรูปธรรมการเปลี่ยนผ่านระบบ HRMISS เดิม สู่การปรับเปลี่ยนไปใช้ Open Source เพื่อการเชื่อมโยงทั้งระบบ

ตอนที่ 25/80: Upgrade ระบบ HRMISS เดิม: อะไรคือข้อจำกัดที่ต้องเร่งแก้ไข

จากการรวบรวมข้อมูลและเสียงสะท้อนจากผู้ใช้งาน (Pain Points) เราพบ “Syndrome” หลักๆ ของระบบเดิม เพื่อนำไปสู่การพัฒนาสู่ Digital Navy ดังนี้ครับ:

1. อาการ “เส้นเลือดตีบตัน” (Disconnected Data / Silo)

  • อาการ: ข้อมูลถูกขังอยู่ในระบบ HRMISS เพียงที่เดียว ไม่ไหลเวียนไปเลี้ยงส่วนอื่น
  • ตัวอย่างเหตุการณ์: เมื่อ “เรือเอก สมชาย” ได้เลื่อนยศเป็น “นาวาตรี” จนท.กพ.ทร. คีย์คำสั่งลงใน HRMISS เรียบร้อยแล้ว แต่… ข้อมูลนี้ไม่วิ่งไปที่ กง.ทร. หรือ นขต.ทร. ที่เกี่ยวข้อง
  • ผลกระทบ: น.ต.สมชาย ทำให้เกิดภาวะ “เงินตกเบิก” ล่าช้าไป 2-3 เดือน

2. อาการ “สายตาสั้น” (Limited Accessibility / Non-Responsive)

  • อาการ: ระบบถูกออกแบบมาให้ดูได้เฉพาะบนคอมพิวเตอร์ผ่านเครือข่ายภายใน (Intranet) เท่านั้น และดูได้เฉพาะเจ้าหน้าที่ธุรการ
  • ตัวอย่างเหตุการณ์: จ่าเอก วิชัย ต้องการเช็คว่า “วันลาพักผ่อนสะสม” ของปีนี้เหลือเท่าไหร่ เพื่อวางแผนกลับบ้านสงกรานต์ แต่เช็คผ่านมือถือไม่ได้ ต้องไปขอดูกระดาษที่เสมียนกอง หรือรอเวลาราชการเพื่อเปิดคอมฯ ที่ทำงาน
  • ผลกระทบ: ขาดความคล่องตัว และกำลังพลไม่สามารถตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลตนเองได้ (Self-Service)

3. อาการ “สมองล้า” (Rigid Structure / Hard to Update)

  • อาการ: โครงสร้างฐานข้อมูลถูกออกแบบไว้นานแล้ว ไม่รองรับทักษะใหม่ๆ ของโลกยุคปัจจุบัน
  • ตัวอย่างเหตุการณ์: กองทัพเรือส่งกำลังพลไปเรียนหลักสูตร “Cyber Warfare” หรือ “Drone Pilot” แต่ในระบบ HRMISS ไม่มีช่องให้กรอกความสามารถพิเศษเหล่านี้
  • ผลกระทบ: ผู้บังคับบัญชา “มองไม่เห็นคนเก่ง” เวลาจะจัดทีมปฏิบัติการพิเศษ ต้องมานั่งนึกเอาเองว่าใครเก่งด้านไหน เพราะระบบสืบค้นให้ไม่ได้

หัวใจสำคัญของการ Upgrade คือแนวคิด “Single Profile” หรือ “หนึ่งคน-หนึ่งประวัติ” ครับ เราต้องการสร้างศูนย์กลางข้อมูลที่เมื่อแก้ไขที่จุดนี้ปุ๊บ ข้อมูลจะถูกต้องตรงกันทั้งกองทัพทันที โดยใช้ศักยภาพของ Open Source (เช่น Odoo) เข้ามาจัดการโครงสร้างดังนี้:

1. โครงสร้างข้อมูลแบบรวมศูนย์ (Centralized Data Structure)

  • ปัญหาเดิม: ข้อมูลประวัติราชการอยู่ที่ กพ.ทร., ข้อมูลบัญชีธนาคารอยู่ที่ กรมการเงิน, ข้อมูลขนาดเครื่องแบบอยู่ที่ พลาธิการ แยกกันคนละระบบ
  • แนวทางใหม่: สร้าง HR Core เป็นถังข้อมูลกลางที่เก็บทุกมิติของชีวิตข้าราชการไว้ในที่เดียว (แต่กำหนดสิทธิ์การมองเห็นแยกกัน)
    • ข้อมูลส่วนตัว: ชื่อ, นามสกุล, เลขบัตรประชาชน, วันเกิด (เชื่อมโยงกับกรมการปกครองได้ในอนาคต)
    • ข้อมูลครอบครัว: ชื่อคู่สมรส, บุตร, บิดามารดา (เพื่อสิทธิเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล/ค่าเล่าเรียน)
    • ข้อมูลเส้นทางราชการ: ประวัติการเลื่อนยศ, การย้ายหน่วย, ตำแหน่งปัจจุบัน (Timeline View)

2. ลดภาระทีมพัฒนาด้วย Standard Features

  • ข้อจำกัดเดิม: ทีมพัฒนา HRMISS (PHP) มีจำนวนจำกัด เวลาจะเพิ่มฟีเจอร์เก็บ “ประวัติวัคซีน” หรือ “ใบอนุญาตขับขี่” ต้องไปแก้ฐานข้อมูลและเขียนหน้าเว็บใหม่ ซึ่งใช้เวลานาน
  • ข้อดีของ Open Source (เช่น Odoo): มีระบบจัดการข้อมูลพื้นฐาน (Master Data Management) มาให้แล้ว ทีมงานสามารถกด “เพิ่มช่องข้อมูล (Add Field)” ได้เลยภายในไม่กี่นาที ทำให้ทีม IT ของ กพ.ทร. มีเวลาไปโฟกัสกับตรรกะซับซ้อนอื่นๆ แทนงานรูทีนเหล่านี้

3. พลังแห่งความเชื่อมโยง (The Power of Relation)

  • Single Profile: เมื่อ “จ.อ. มานะ” เปลี่ยนนามสกุลในระบบ HR Core…
  • ผลลัพธ์อัตโนมัติ:
    • ชื่อในสลิปเงินเดือน (Payroll) เปลี่ยนทันที
    • ชื่อในใบเบิกพัสดุ (Inventory) เปลี่ยนทันที
    • ชื่อในบัตรประจำตัว (ID Card) รอการอัปเดตอัตโนมัติ
  • นี่คือสิ่งที่ระบบ PHP แบบเดิมทำได้ยากหากไม่ได้วางโครงสร้างเชื่อมโยงไว้แต่แรก

4. ข้อจำกัดและอุปสรรค (Challenges)

  • ความถูกต้องของข้อมูลเก่า (Data Integrity): การย้ายข้อมูลจากระบบ PHP เดิมเข้าสู่ Open Source ใหม่อาจเจอ “ข้อมูลขยะ” ต้องใช้เวลาคลีนพอสมควร
  • PDPA (ข้อมูลส่วนบุคคล): เมื่อรวมข้อมูลทุกอย่างไว้ที่เดียว ความเสี่ยงก็สูงขึ้น ต้องวางมาตรการจำกัดสิทธิ์การเข้าถึง (Access Control) ให้เข้มงวดที่สุด (ตามหลักการ Ep.12)

5. ข้อแนะนำและข้อเสนอแนะ (Recommendations)

  • โครงการ “ยืนยันตัวตน”: ก่อนเริ่มใช้งานระบบใหม่ ให้จัดแคมเปญให้กำลังพลทุกนาย Login เข้ามาตรวจสอบและยืนยันข้อมูลของตนเอง (Self-Verification) เพื่อเป็นการคลีนข้อมูลไปในตัว
  • เน้น Low-Code: ส่งเสริมให้ทีมงาน กพ.ทร. ใช้ฟีเจอร์ Studio ของ Open Source ในการปรับแต่งฟอร์มเก็บประวัติ เพื่อความรวดเร็วและลดภาระการเขียนโค้ด

บทสรุป

การสร้าง HR Core บนแพลตฟอร์ม Open Source (เช่น Odoo) คือการวางเสาเข็มต้นแรกที่สำคัญที่สุดของบ้านหลังใหม่ครับ ระบบนี้จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหา “คอขวด” ของทีมพัฒนาเดิม ทำให้เราสามารถรองรับข้อมูลประวัติกำลังพลที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาได้ดียิ่งขึ้น เปลี่ยนจากกระดาษและไฟล์ที่กระจัดกระจาย ให้กลายเป็น “Digital Twin” (ฝาแฝดดิจิทัล) ของทหารเรือทุกนาย ที่ถูกต้อง แม่นยำ และพร้อมใช้งานสำหรับทุกภารกิจครับ

(อ้างอิง: Odoo Employee Management Documentation และ พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ)


คำถามชวนคิด (เพื่อการมีส่วนร่วม)

  • ปัจจุบันท่านต้องส่งสำเนาทะเบียนบ้าน หรือสำเนาบัตรประชาชน ให้กับหน่วยงานใน ทร. ซ้ำๆ กี่รอบต่อปีครับ?
  • ท่านเคยเจอปัญหาเบิกค่าเล่าเรียนบุตร หรือค่ารักษาพยาบาลพ่อแม่ช้า เพราะฐานข้อมูลครอบครัวไม่อัปเดตไหมครับ?
  • ถ้าท่านสามารถกดดู “ไทม์ไลน์ชีวิตราชการ” ของตัวเองตั้งแต่วันแรกที่บรรจุจนถึงวันนี้ได้ในหน้าจอเดียว ท่านจะรู้สึกภูมิใจไหมครับ?

ติดตามตอนต่อไป

เมื่อเรามีประวัติกำลังพลที่สมบูรณ์แล้ว ก้าวต่อไปคือการเฟ้นหา “คนรุ่นใหม่” เข้ามาร่วมงานกับกองทัพ ในตอนหน้า Ep.27/80 “Recruitment Module: การสรรหาและคัดเลือกบุคคลเข้ากองทัพแบบ Digital” เราจะมาดูการรับสมัครทหารยุคใหม่ที่ไม่ต้องวิ่งไปซื้อใบสมัคร แต่ใช้ระบบ Open Source คัดกรองคนเก่งให้เราตั้งแต่ต้นทาง ห้ามพลาดครับ!

Facebook Comments Box
Visited 77 times, 1 visit(s) today

Leave a Comment